
ชั่วโมงนี้ เมื่อเราอยากพูด อยากเล่า อยากอธิบายเรื่องใดๆ รอบตัวให้ใครก็ได้บนโลกนี้ฟัง เรามีช่องทางสารพัดที่จะบรรยายมันออกมา
* บ่น หรือ พูดสั้นๆ โดนๆ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน > ทวิตเตอร์
* โชว์ภาพไปเที่ยวธิเบต > เฟสบุ๊ค
* ไปเจอร้านอาหารบุฟเฟต์ถูกปาก ถูกเงิน > รีวิวที่ห้องก้นครัว @พันทิพ
* เกร็ดความรู้ ประสบการณ์ชีวิต ที่คิดว่าควรจารึกไว้ > บล็อกส่วนตัว
“ช่องทาง” ทั้งหมดข้างต้นเป็นช่องทางของ “สื่อสมัยใหม่” ที่มนุษย์ไซเบอร์แห่งศตวรรษที่ 21 รู้จัก และใช้มันอยู่เป็นประจำ โดยที่เขาอาจจะไม่รู้ว่าการกระทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรไปจากการรับบทบาทเป็น “นักข่าวมือสมัครเล่น” ที่ใช้ตัวเองเป็น “คนต้นเรื่อง”
แต่ในบริบทที่ใหญ่กว่านั้น การรายงานข่าวเรื่องราวรอบๆ ตัวสามารถถูกอัปเกรดให้เป็น “ประเด็นทางสังคม” ตั้งแต่ระดับประเทศ ถึงระดับโลกได้ เช่นกรณีศึกษาเรื่องเหตุการณ์จราจลกลางเมืองในอิหร่าน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้
* ภาพเหตุการณ์สดๆ จากพื้นที่ถูกอัปโหลดขึ้นที่ “ฟลิกเกอร์ (Flickr)” แกลอลี่ภาพออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
* การเดินขบวน เสียงปืน จำนวนคนล้มตาย นาทีต่อนาทีถูกบรรยายสดๆ และค้นหาได้ง่ายด้วย #iranelection ในทวิตเตอร์
* วิดีโอคลิปแบบเบลอๆ แต่สัมผัสได้ถึงความสด ดิบในตัวถูกอัปโหลดขึ้นบน “ยูทูบ (YouTube)” อย่างทะลักล้นในแต่ละนาที
เนื้อหาทั้งข้อความและมัลติมีเดียทั้งหมดนี้ ทำให้คนทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญและติดตามเกาะติดกับการเลือกตั้งครั้งนี้ของอิหร่าน ทั้งหมดก็เพราะ “ประชาชนชาวอิหร่าน ที่ผันตัวเป็นนักข่าว ภาคประชาชนโดยที่ไม่รู้ตัว” ต้องการให้โลกรับรู้ถึงเบื้องหลังการได้มาซึ่งอำนาจของปธน.อาห์มาดิเนจ๊าด
ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า “สื่อสังคม (Social Media)” คือ พื้นที่ใหม่ในโลกออนไลน์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรองรับการเสนอข่าวของนักข่าวภาคประชนชนจากทั่วโลก นั่นก็เพราะ “สื่อสังคม” หรือชื่อใหม่ว่า “Now Media” มัน…
1. ฟรี
2. ใครเข้ามาใช้ก็ได้แค่มีชื่อบัญชีและรหัสผ่าน
3. สร้างเนื้อหาได้ง่าย หลายรูปแบบ: ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ แผนที่ ส่งได้จากทั้งคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ
4. เข้าถึงและกระจายได้ทั่วโลกผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เข้าชมได้ตลอด 24/7
5. มีพื้นที่แสดงความเห็น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสาร และผู้รับทราบข่าวสาร
ดังนั้น อาจกล่าวนักข่าวภาคประชาชนกำลังกำลังจะทำให้กระบวนการนำเสนอข่าวของสถาบันสื่อมวลชนกลับตาลปัตรไปบ้าง “เพราะพวกเขามักจะเผยแพร่ข่าวทันที โดยไม่มีการกรอง” ดังนั้นภาพเลือดสดๆ คำหยาบคายในวิดีโอ จึงเป็นสิ่งที่เราพบบ่อยๆ
แต่ก็ยังมีสิ่งที่เราจะต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับ นักข่าวภาคประชาชน และนักข่าวมืออาชีพในอีก 2 ประเด็นหลักๆ ได้แก่ คุณภาพข่าว และคนข่าว ดังนี้
“คุณภาพข่าว”
คนทั่วไป ที่ทำหน้าที่เป็นนักข่าวภาคประชาชนนั้น เป็นผู้คัดเลือกข่าวและรายงานข่าวนั้นเองด้วย อาจจะเป็นเพราะพวกเขาเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือเป็นต้นตอของข่าวเสียเอง
แต่การทำงานของนักข่าวปัจจุบัน ต้องเดินทาง (ทั้งการย่ำเท้าลงพื้นที่จริง และมอนิเตอร์ที่หน้าจอคอม) ไปยังแหล่งข่าวที่มีตั้งแต่ จุดเกิดเหตุ ไปจนถึงเว็บไซต์,บล็อก ฉะนั้นพวกเขาจะต้องทำการสัมภาษณ์แหล่งข่าว และนำมา “เรียบเรียง” ตามหลักการรายงานข่าวเบื้องต้นที่จะต้องประกอบไปด้วย 5W 1 H (Who, What, When, Where, Why, How) เพื่อนำเสนอกับผู้อ่านข่าวอีกทอดหนึ่ง ฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่า โดยทั่วไปแล้ว นักข่าวมืออาชีพมักจะเป็นได้เพียง “ผู้รายงานข่าวมือ 2″ เท่านั้น
นอกจากนี้ อิทธิพลของโลกยุคดิจิตอลทำให้ “ทุกคน” สามารถเข้าถึงเครื่องมือเดียวกันที่ผ่านกระบวนการเหมือนๆ กัน เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์เป็นชิ้นงานหนึ่งๆ เช่น ตัดต่อภาพ (โฟโต้ช้อป) ตัดต่อวิดีโอ (Sony Vegus, Windows Movie Maker) อัดเสียง (ipod) ทำให้หลายๆ ต่อหลายครั้งแยกก็ได้ยากว่าเนื้อหาข่าวนั้นๆ มาจากตัวจริง หรือมือสมัครเล่น
ดังนั้น ภาระหน้าที่ของการ “ย่อยข่าว” เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ต้องตกเป็นภาระหนักของ “ผู้รับสาร” ที่อาจจะเลือกเสพความสดจากนักข่าวภาคประชาชน และกรองความถูกต้องของข่าวนั้นโดยการอ่านบทความเชิงวิเคราะห์จากสำนักข่าวชั้นนำหลายๆ ที่ที่นำข้อมูลดิบจากข่าวมาวิพาษณ์วิจารณ์ต่ออีกทอดหนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุด และรอบด้านมากที่สุดนั่นเอง
“คนข่าว”
สิ่งที่เป็นการอธิบายว่าทศวรรษนี้ เป็นยุคที่นักข่าวภาคประชนชนได้เบ่งบานอย่างแท้จริงก็เพราะ 2 ปัจจัยสำคัญ ประการแรกคือ สิ่งที่กล่าวไปแล้วคือ เรามีเทคโนโลยีสารพัดอย่างเป็นเครื่องมือสำคัญในการรายงานข่าว และปัจจัยถัดมาก็คือเรื่องของปัจเจคบุคคลที่ยอมรับอย่างภาคภูมิว่า “ฉันเป็น Me Generation” หรือผู้ที่ทันโลก กล้าเปิดเผยตัวเองต่อคนทั้งโลก และเชื่อมั่นในความคิดและการแสดงออกของตนเอง
ดังนั้นเมื่อใดที่พวกเขาเหล่านั้นประสบกับเรื่องราวใดๆ เขาจึงใช้เครื่องมือที่มีอยู่รอบๆ ตัวเล่าเรื่องราวให้ทุกคนได้รับทราบ แต่นั่นก็ไม่ต่างอะไรไปจากนักข่าวมืออาชีพ เพราะทุกคนล้วน “กระหาย” ที่จะรายงานข่าว
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเชื่อว่า “นักข่าวภาคประชาชน” ยังต้องพัฒนาไปควบคู่กัน เหมือนดังที่นักข่าวตัวจริงระลึกอยู่เสมอในทุกๆ ครั้งก่อนการกดชัตเตอร์ หรือจรดปากกานั่นคือ จิตสำนึก จริยธรรม จรรยาบรรณในการส่งสาร ซึ่งไม่ได้สร้างได้ภายในชั่วข้ามคืน

ฉะนั้นจึงอาจะกล่าวได้โดยสรุปว่า นักข่าวตัวจริง และนักข่าวภาคประชนชน ต้องร่วมมือกันและหาจุดร่วมในการรายงานข่าวสารไปพร้อมๆ กัน ประโยชน์ทั้งหมดก็จะตกอยู่ที่ชุมชนผู้รับสารนั่นเอง
วินาทีต่อจากนี้ โลกแห่งข่าวสารของเราไม่สามารถขาด “ความสด” ที่จะได้จาก”นักข่าวภาคประชนชน” อีกต่อไป แต่ “ฝีมือในการรายงานข่าว” ก็ต้องพึ่งพาและยกเครดิต “มืออาชีพ” ด้วยเช่นกัน
สามารถดูกรณีศึกษาเรื่อง “นักข่าวภาคประชนชน” จากทั้งไทยและทั่วโลก วิเคราะห์สารบบใหม่ของการรายงานข่าว รวมถึงวิถีการปฏิบัติของผู้ที่ต้องการจะเป็น “นักข่าวภาคประชนชนมืออาชีพ” ได้จากสไลด์ด้านล่างนี้
เรื่องน่ารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของนักข่าวภาคประชาชนในเหตุการการจราจลที่อิหร่าน
* มีสำนักข่าวต่างประเทศเพียงที่เดียวคือ BBC ที่ได้ตั้งสำนักข่าวในอิหร่าน ดังนั้นทุกสำนักข่าวอื่นๆ ต่างกระหายที่จะได้ข่าวจากนักข่าวภาคประชาชนทั้งสิ้น และเพราะ CNN เสนอข่าวเรื่องเหตุการณ์รุนแรงในอิหร่านช้ากว่าที่อื่น จึงเป็นเหตุให้ชาวเน็ตออกมาประท้วงการเพิกเฉยต่อประเด็นทางสังคม โดยประนามและประท้วงด้วยโค้ด #CNNFail ในทวิตเตอร์ และต่อมาโค้ดนี้ดังจนผลิตออกมาเป็นเสื้อยืด
ดูและซื้อได้ที่นี่

* ระหว่างที่มีเหตุการณ์จราจลนี้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทางทีมงานของ Twiiter กำลังจะปิดระบบปรับปรุง แต่ก็ต้องเลื่อนไปเพราะขณะนั้นทวิตเตอร์กลายเป็นช่องทางหลักที่คนอิหร่านจะสื่อสารต่อโลกไปเสียแล้ว
* มีคนทวีตข้อความไปกว่า 1 พันล้านข้อความเรื่องอิหร่าน (#iranelection)
* ชาวทวิตเตอร์ร่วมใจกันเทคนิคพิเศษเพื่อป้องกันการเซ็นเซอร์ข้อความในทวิตเตอร์ของผู้ใช้ชาวอิหร่านจากรัฐบาลอิหร่าน เพื่อจะบอกความจริงให้กับโลกได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ใน “อิหร่าน” ระหว่างการเลือกตั้ง โดยการบอกให้สมาชิกทวิตเตอร์ทั่วโลกประการตั้งค่าเวลาในหน้าเพจทวิตเตอร์ของคนเป็นเวลาในกรุงเตฮาราน (GMT+3.30) เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบข้อความ (อ่านเพิ่มเติม)
* คลิปวิดีโอที่ถ่ายด้วยมือถือ ทำให้เห็นว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เสียชีวิตคาที่ต่อหน้าต่อตาผู้เป็นบิดา (สด และสลดใจมาก)
* เฟสบุ๊คเพิ่มภาษาเปอร์เซียเพื่อให้ชาวอิหร่านเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อติอต่อหากันได้ง่ายด้วยภาษาถิ่นของตนเอง
ลิงก์ที่มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจเรื่องนักข่าวภาคประชาชนในยุคสื่อสังคมที่เน้นการรายงานข่าวจากใครก็ได้แบบเรียลไทม์
“How Cellphones, Twitter, Facebook Can Make History”.
Is Twitter The CNN Of The New Media Generation?
Twitter: @ThaiTech




กว่าจะได้เนื้อหานี้มาคงใช้เวลาไม่น้อยเลยนะครับ เสียอย่างเดียวผมยังไม่ได้กินข่าวก่อนอ่านและคงไม่กินละเพราะภาพมันสดได้ใจมากคับ
"นักข่าวภาคประชาชน" เรียกเท่ห์ๆ ว่า นักข่าว 2.0!!
ชอบเรื่องนี้ ขอเอาไปลิ้งค์ใน thai reporter ได้มั้ยคะ (ไม่รู้ใครเขียน) ได้มั้ยๆ